Logo Background RSS

ธปท.เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยฯต่อ อ้างต้องดูแลเงินเฟ้อ

  • Written by admin No Comments Comments
    Last Updated: March 25th, 2011

    “แบงก์ชาติ” เดินหน้า ขึ้นดอกเบี้ยฯต่อ เพราะจำเป็นต้องดูแลเงินเฟ้อ ระบุปัญหาลิเบีย ทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง 130-150 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลเงินเฟ้อพื้นฐานเกิน 3% ด้าน “สมภพ” เตือนดอกเบี้ยนโยบายปีนี้พุ่งเกิน 3% กระทบประชาชนมากกว่าค่าบาท…เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายตลาดการเงิน กล่าวในงานสัมมนาธุรกิจ ในหัวข้อเรื่อง “ค่าเงินบาทหรือดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่มีผลกระทบแรงกว่ากัน” ต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งจัดโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยาว่าผลกระทบของค่าเงินบาทในปีนี้ ซึ่งจะแข็งมากๆ อย่างปีที่ผ่านมา คงลดน้อยลง แต่ในส่วนของอัตราดอกเบี้ย ในฐานะของธนาคารกลางที่ต้องดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นต่อเนื่อง แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจจะมีทั้งคนได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์ ซึ่งการส่งสัญญาณล่วงหน้าของธปท.ทำให้เอกชนมีเวลาที่จะหาทางปรับตัวรองรับ ได้ดีขึ้นทั้งนี้ ธปท.มองว่า การเพิ่มขึ้นต่อเนื่องของอัตราเงินเฟ้อจะกระทบต่อประชาชนและเสถียรภาพของ ประเทศ และอัตราเงินดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือที่ธปท.ใช้ดูแลเงินเฟ้อ โดยจากการประมาณการเงินเฟ้อพื้นฐานของไทย ในปี 2554 นี้เห็นได้ชัดว่า ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีเงินเฟ้อพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3% หรือ 3% กว่าได้ และถ้าเหตุการณ์ในตะวันออกกลางไม่ดี ซึ่งตอนนี้ก็ยังเห็นว่าไม่ดี ราคาน้ำมันดิบดูไบมีโอกาสขึ้นไปอยู่ที่ 130 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะขึ้นไปอยู่ที่ 3.5% “การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น ไม่ได้ทำเพราะเงินเฟ้อพื้นฐานสูงกว่ากรอบเป้าหมายของธปท.อย่างเดียว แต่น่าเป็นห่วงเรื่องระดับราคาและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วย เพราะดอกเบี้ยต้องใช้เวลาระยะหนึ่งถึงจะมีผลดูแลเงินเฟ้อได้ และในขณะนี้ เริ่มมีการพูดกันว่า ราคาน้ำมันดิบโลกมีโอกาสขึ้นไปที่ใกล้ๆ กับปี 2551 ที่ราคาน้ำมันขณะนั้นใกล้ 150 ดอลลาร์สหรัฐ การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินเฟ้อก็ยังจำเป็น โดยในเวลานั้นอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรอายุ 1 วัน ซึ่งเราใช้เป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขณะนี้ ขึ้นไปอยู่ที่ 3.3% แต่ไม่ได้หมายความว่า จะขึ้นดอกเบี้ยไประดับนั้น แต่ขึ้นกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น” นางผ่องเพ็ญ กล่าวผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า นอกจากการดูแลอัตราเงินเฟ้ออัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ติดลบต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินออมลดลง หรืออาจจะมีการใช้จ่ายเกินตัวของผู้บริโภค และส่งผลให้สถาบันการเงินรปล่อยสินเชื่อง่ายขึ้น ซึ่งจะมีโอกาสให้ภาคครัวเรือนมีหนี้สินเพิ่มขึ้น และอาจจะก่อให้เกิดการลงทุนในลักษณะการเก็งกำไรที่มีความเสี่ยง ซึ่งเมื่อขึ้นดอกเบี้ยผู้ฝากเงินจะได้ประโยชน์ ขณะที่ผลวิจัยของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งประเมินต้นทุนการเงินหรืออัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนการดำเนินการของเอกชน พบว่า เอกชน93% มีสัดส่วนต้นทุนการเงินต่อการดำเนินการไม่ถึง 10% ซึ่งถือว่า ไม่มากนัก ดังนั้น การขึ้นดอกเบี้ยในระยะต่อไปจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ ในขณะนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในวันข้างหน้า“หลายคนมองว่า หากเราขึ้นดอกเบี้ยมากๆ จะทำให้เงินไหลเข้าประเทศไทยมากขึ้น และค่าเงินบาทจะแข็ง จริงๆ แล้วอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค ซึ่ง ทุกประเทศขึ้นดอกเบี้ยไปก่อนหน้า ขณะเดียวกันถามว่า นักลงทุนต่างชาติกลัวอะไร ระหว่างประเทศที่ดูแลเงินเฟ้อกับไม่ดูแล นักลงทุนต่างชาติกลัวประเทศที่ไม่ดูแลเงินเฟ้อมากกว่า เพราะจะกระทบกับเศรษฐกิจในอนาคตมากกว่า ถ้าเราขึ้นดอกเบี้ยช้าความไม่มั่นใจจะมากกว่า ทั้งการคาดการณ์ราคาสินค้าของคนไทย และความมั่นใจนักลงทุนต่างชาติ”นางผ่องเพ็ญ กล่าวผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.ยังกล่าวถึงผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิ ของญี่ปุ่น ว่า นับจนถึงวานนี้ (24 มี.ค.) ยังไม่เห็นเงินทุนไหลออกจากประเทศไทยกลับไปญี่ปุ่นอย่างเห็นได้ชัด อาจจะมีบ้างไม่มาก ขณะที่การช่วยกันแทรกแซงค่าเงินเยนของประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรม 7 ประเทศช่วยให้เงินเยนไม่แข็งค่ามากอย่างที่คาดกันไว้ ดังนั้นผลของค่าเงินเยนจึงไม่กระทบต่อค่าเงินบาทของไทยมากนัก “สำหรับผลกระทบจากญี่ปุ่นนั้น ธปท.มองว่า ในระยะสั้นการส่งออกใปญี่ปุ่นอาจจะได้รับผลกระทบต่อในช่วงต่อไปจะได้รับ ประโยชน์จากการสั่งซื้ออาหารที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ระยะสั้นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะลดลงประมาณ 20,000 คน ส่วนเงินทุนเคลื่อนย้ายในขณะนี้ยังไม่เห็นเงินไหลออก แต่ช่วงต่อไปอาจจะมีการส่งกำไร และเงินปันผลกลับบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นบ้าง แต่ระยะยาวคาดว่าจะมีเงินลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นมาไทยเพิ่มขึ้น จากการกระจายการลงทุนมาต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง” นางผ่องเพ็ญ กล่าวนางผ่องเพ็ญ กล่าวด้วยว่า นับจากสิ้นปี 2543 จนถึงวานนี้ (24 มี.ค.) ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแล้ว 0.43% เนื่องจากยังมีเงินไหลออกสุทธิจากตลาดหุ้น ขณะที่เงินที่ลงทุนในตราสารหนี้ไม่เพิ่มขึ้น มีเพียงการซื้อทดแทนพันธบัตรเก่าที่ครบอายุเท่านั้น โดยเงินที่ไหลออกมากที่สุดในช่วงเดือนม.ค.และในช่วงนี้เงินทุนเคลื่อนย้าย อยู่ในระดับทรงๆ เข้าออกใกล้เคียงกัน ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทในปีนี้มีโอกาสที่แข็งค่า และอ่อนค่าได้ทั้ง 2 ทางและผันผวนมากขึ้น แต่ โอกาสที่จะแข็งค่าแรงๆ เหมือนปีที่ผ่านมาไม่มีแล้ว โดยธปท.จะดูแลไม่ให้คลื่อนไหวเร็ว และมีความผันผวนมากเกินไป ซึ่งทุกวันนี้ก็มีการแทรกแซงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีมาตรการดูแลเงินทุนหากจำเป็น ซึ่งตอนนี้อาจจะไม่ต้องใช้ แต่ทุกประเทศจะต้องเตรียมไว้ ประเทศไทยก็เช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเงินบาทควรมีแผนการดูแลเงินที่ดีขึ้น และมีการป้องกันความเสี่ยงที่ครอบคลุมมากขึ้นด้าน นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ในปีนี้จากการดูแลอัตราเงินเฟ้อของประเทศที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากราคาพลังงาน และราคาอาหารโลกที่จะเพิ่มสูงขึ้น จากปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ความรุนแรงในตะวันออกกลาง และปัญหาความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของญี่ปุ่น เนื่องจากปัญหาการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทำให้ต้องทบทวนนโยบายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เหลือทั้งหมด“คาดว่าคณะกรรมการ นโยบายการเงินจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้งจากนี้เพื่อดูแล ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 3% หรือขึ้นเป็น 3%ต้นๆ ซึ่งดอกเบี้ยจะเป็นความอ่อนไหวและปัจจัยที่จะกระทบเราปีนี้มากกว่าค่าเงิน บาทที่มองว่า เงินทุนไหลเข้าปีนี้จะน้อยลง ทั้งจากการส่งออกที่ชะลอตัว ขณะที่ต่างชาติจะลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ในไทยน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากกลับไปลงทุนในตลาดสหรัฐที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ขณะที่ผลจากเหตุการณ์ในญี่ปุ่นจะทำให้เงินลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นซึ่งลงทุนใน ไทยเป็นอันดับ 1 ลดลงในปีนี้ ขณะที่นักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นจะหายไปประมาณ 200,000 คน ทำให้เงินทุนที่เข้ามาลดลง ค่าเงินบาทในปีนี้จะแข็งค่าหรืออ่อนค่าน้อยมาก คาดว่าจะบวกหรือลบไม่เกิน 30 สต.” อธิการบดีสถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวนายสมภพ กล่าวต่อว่า ถ้าปล่อยให้ประเทศเกิดเงินเฟ้อ ราคาสินค้าแพงขึ้น รัฐบาลและธปท.คงยอมไม่ได้ เพราะเงินเฟ้อจะสร้างปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง และทางสังคม ส่วนปีนี้ตนมองตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยไว้เท่าไร มองว่า การขยายตัวตามศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ควรไม่ต่ำกว่า 4-5% และภายใต้เศรษฐกิจไทยที่ยังมีโอกาสขยายตัวได้ดีในปีนี้ ถ้ารัฐบาลไหน หรือรัฐบาลนี้ทำไม่ได้ตนให้สอบตก เพราะปีนี้เรามีปัจจัยดีมากในเรื่องของการบริโภคให้เพิ่มขึ้นได้ในระดับที่ ดี ทั้งจากราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้นในพืชหลักแทบทุกรายการ ขณะที่พลังเงินที่จะโปรยสู่รากหญ้าจำนวนมากในช่วงของการเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งตนมองว่า จะเป็นเงินจำนวนมากจะช่วยให้ชนบทไทยคงการใช้จ่ายระดับสูงได้ต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนไทยนั้น ในปีนี้ลงทุนจากญี่ปุ่นอาจจะลดลง แต่ใน 2-3 ปีข้างหน้า เชื่อว่า ญี่ปุ่นจะย้านฐานการผลิตระลอกใหญ่อีกครั้ง ซึ่งหนึ่งในประเทศที่จะมาลงทุนคือประเทศไทย

    Original Page: http://www.thairath.co.th/content/eco/158514

  • หัวข้อข่าวอื่นๆ : ข่าว กทม สังคม อาชญากรรม การศึกษา การเมือง กีฬา ต่างประเทศ บันเทิง วิทยาการ เศรษฐกิจ เกมส์

  • Warning: mysql_real_escape_string(): Access denied for user ''@'localhost' (using password: NO) in /srv/users/serverpilot/apps/thaibignews/public/wp-content/plugins/ot_plugins/theme-functions.php on line 23

    Warning: mysql_real_escape_string(): A link to the server could not be established in /srv/users/serverpilot/apps/thaibignews/public/wp-content/plugins/ot_plugins/theme-functions.php on line 23

    Warning: mysql_real_escape_string(): Access denied for user ''@'localhost' (using password: NO) in /srv/users/serverpilot/apps/thaibignews/public/wp-content/plugins/ot_plugins/theme-functions.php on line 23

    Warning: mysql_real_escape_string(): A link to the server could not be established in /srv/users/serverpilot/apps/thaibignews/public/wp-content/plugins/ot_plugins/theme-functions.php on line 23

    Warning: mysql_query(): Access denied for user ''@'localhost' (using password: NO) in /srv/users/serverpilot/apps/thaibignews/public/wp-content/plugins/ot_plugins/theme-functions.php on line 23

    Warning: mysql_query(): A link to the server could not be established in /srv/users/serverpilot/apps/thaibignews/public/wp-content/plugins/ot_plugins/theme-functions.php on line 23

Comments Closed

Closed หัวข้อนี้ไม่เปิดให้คอมเม้นครับ.